สูตรบาคาร่า บอกเคล็ดลับการทำเงินในบาคาร่าที่นำไปใช้ได้จริงแบบไม่มีกั๊ก

สูตรบาคาร่า บอกเคล็ดลับการทำเงินในบาคาร่าที่นำไปใช้ได้จริงแบบไม่มีกั๊ก

October 19, 2019 0 By guel_amp11

สูตรบาคาร่า

สำหรับบทความก่อน เราได้สอน วิธีเล่นบาคาร่า กันไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย
สำหรับคนที่อยากรู้เทคนิคมากขึ้น ว่าปกติ คนเล่นบาคาร่าเขามี สูตรบาคาร่า กันแบบไหนยังไง เดี๋ยวเราจะมาสรุปกันให้ฟังในบทความนี้ครับ ซึ่งจะเป็นแนวทางวิธีการที่สมาชิกจะต้องนำไปประยุกต์ใช้อีกทีว่าวิธีใดเหมาะกับสไตล์การเล่นของตน

สำหรับคนทั่วๆไปที่ไม่เคยเล่นบาคาร่ามาก่อน เมื่อมาลองเล่นบาคาร่า ก็จะมองว่าไม่น่ามีอะไร เพียงแค่เลือกแทงฝั่งเจ้ามือหรือผู้เล่นเอาแค่นั้นเอง และสูตรพื้นฐานทั่วไปที่คิดว่าจะใช้กันก็คือ “สูตรทบต้น”

ใช่ครับ เป็นพื้นฐานความคิดของนักพนันทั่วไปแทบทุกคนที่ว่า ถ้าตานี้เสีย งั้นตาหน้าก็เอาเงินที่เสียรวมกับยอดใหม่เข้าไป เดี๋ยวต้องชนะสักตาแน่นอน

สูตรบาคาร่า

ซึ่งคิดแบบนี้ก็ไม่ผิดครับ เพราะ สูตรบาคาร่า บางสูตรเช่น เป่าจินจง ก็ใช้หลักการนี้เช่นกัน
แต่ในความเป็นจริง ก็อาจจะไม่ได้ง่ายแบบนั้นเสมอไปด้วยสาเหตุดังนี้คือ

ข้อควรระวังของการทบต้น
1. การอั้นยอดเดิมพัน
หากเคยไปเล่นคาสิโนออฟไลน์ บางคาสิโน เจ้ามืออาจจะไม่ได้แจ้งให้คุณทราบ แต่เมื่อเห็นว่าคุณกำลังพยายามจะลงงบเดิมพันแบบทบต้น โดยเมื่อยอดสูงถึงระดับหนึ่ง เจ้ามือจะตัดงบส่วนเกินนั้นออก ฉะนั้นต่อให้คุณมีงบมหาศาลเพียงใดก็ไม่สามารถจะใช้เทคนิคนี้ได้เสมอไป
2. พลังของการ “ทวีคูณ”
เราอาจจะคิดว่า เมื่อเสีย ให้ใช้การแทงเดิมพันแบบคูณสองไปเรื่อยๆเช่น
ตาที่ 1 ลง 1 หน่วย
ตาที่ 2 ลง 2 หน่วย (ถ้าแทงถูก กำไร 1 หน่วย)
ตาที่ 3 ลง 4 หน่วย (ถ้าแทงถูก กำไร 1 หน่วย)
ตาที่ 4 ลง 8 หน่วย (ถ้าแทงถูก กำไร 1 หน่วย)

รวมทั้งหมดเดิมพันไป 15 หน่วย

ซึ่งเราต้องเข้าใจธรรมชาติของบาคาร่า บางครั้งผลการเดิมพันอาจเป็นรูปแบบ มังกร ซึ่งได้อธิบายไว้ใน คำศัพท์บาคาร่า ซึ่งผลการเดิมพันอาจจะมีลักษณะออกผลข้างเดียวต่อเนื่องหลายๆตาก็ได้ ซึ่งบางคนมองว่า ผลน่าจะออกติดกันไม่กี่ตา ฉะนั้นถ้าแทงฝั่งเดิมไปเรื่อยๆ ก็ต้องชนะเอง

ซึ่งในความเป็นจริง โอกาสที่บาคาร่าจะออกผลเหมือนเดิมต่อเนื่องถึง 8 ตา หรือมากกว่านั้นก็เป็นไปได้เช่นกัน ซึ่งยิ่งตาสูงขึ้นเท่าไหร่ ผู้เล่นมักจะมีความกดดันคือ ไม่กล้าเปลี่ยนฝั่งเดิมพัน เพราะออกผลฝั่งเดิมชนะมาหลายรอบแล้ว ตาต่อไปต้องได้แน่ๆ
ในขณะที่ การทวีคูณ แต่ละตานั้น มีผลสูงมาก หากเรานับถึงตาที่ 8 เราจะต้องลงเงินถึง 128 หน่วย หรือคิดเป็น 128 เท่าจากตาแรกที่ลงเดิมพันเพียงแค่ 1 หน่วย แต่ใน 8 ตานั้น หากรวมยอดทุกตาแล้วจะอยู่ที่ 255 หน่วย (หรือเกือบ 2 เท่าของจำนวนเงินที่เดิมพันในตานั้น)

จะเห็นว่าใช้เงินทุนสูงมาก ฉะนั้นบางทีอาจมองได้ว่าเป็นการเอาช้างไปจับตั๊กแตนเสียเปล่าๆ

สูตรบาคาร่า

จากปัญหาการ “ทบต้น” ที่สูงเกินไปดังกล่าว บางคนจึงประยุกต์แผนดังกล่าวด้วยการเล่น สูตรบาคาร่า ในลักษณะดังต่อไปนี้

1. ไล่สเตปแบบกำหนดจำกัดชั้น
บางสูตรอาจเรียก “ขั้นบันได” นั่นคือทบต้นแบบมีจำนวนขั้นที่จำกัด เช่นเราจะต้องกำหนดไว้เลยว่า เราจะทบต้นไม่เกินกี่รอบ อาจจะ 4 หรือ 5 รอบ เพื่อไม่ให้จำนวนเงินที่เสียไปเป็นยอดสูงมากจนถึงขั้นล้างบัญชีนั่นเอง

บางครั้งบางคนอาจกำหนดบันไดไว้ 2 รอบ หมายถึงถ้าพลาดรอบแรก เมื่อเกินจำนวนที่กำหนด หรือบางคนอาจเรียกว่า “แตก” โดยพลาดไปแล้ว จะเปลี่ยนไปไล่สเตปรอบที่ 2 แทน แต่ถ้าพลาดอีก ก็ถือว่าจบ ให้ไปเริ่มใหม่ตั้งแต่แรกที่ยอดตั้งต้น

วิธีการนี้ไม่มีข้อกำหนดตายตัว อยู่ที่ทุกคนยอมรับจำนวนยอดทบกี่รอบเท่านั้นเอง

2. การกำหนดจำนวนเงินในแต่ละสเตป
บางครั้ง เราไม่จำเป็นต้องกำหนดจำนวนเงินที่ต้องเป็นลักษณะ คูณ 2 เท่าเสมอไป ตัวอย่างเช่น
ตาที่ 1 ลง 1 หน่วย
ตาที่ 2 ลง 1 หน่วย (ถ้าแทงถูก ได้ทุนที่เสียตะกี้คืน 1 หน่วย)
ตาที่ 3 ลง 2 หน่วย (ถ้าแทงถูก ได้ทุนที่เสียจาก 2 ตาตะกี้คืน 2 หน่วย)
ตาที่ 4 ลง 5 หน่วย (ถ้าแทงถูก ได้ทุกที่เสียจาก 3 ตาตะกี้คืน 4 หน่วย บวกกำไร 1 หน่วย)

เนื่องจากว่าเรามองว่าจำนวนตาที่เล่นมาถึงจุดลิมิตที่เป็นสเตปสุดท้ายแล้ว ประเมินว่ายังไงก็ถูก เราจึงบวกกำไรเพิ่มเข้าไปในตาที่ 4
แต่ถ้าเสีย เราจะเสียเงินทั้งหมดคือ 9 หน่วย ซึ่งจากตัวอย่างก่อนหน้าจะใช้ไปทั้งหมด 15 หน่วย หากทบต้นทุกตา ฉะนั้นจะเห็นว่าเราลดความสูญเสียไปได้ 6 หน่วย

หรือบางคนอาจมองว่าเสียตาแรก ยังไงตาที่ 2 ต้องได้ จะบวกกำไรเข้าไปคั่นบางสเตปก็ทำได้เช่นกัน ซึ่งตรงนี้ก็ไม่มีข้อจำกัดเช่นกัน
หากเราดู สูตรบาคาร่า อื่นๆอย่างเป่าจินจง ก็จะเห็นว่าเป็นหลักการเดียวกัน ต่างแค่จำนวนเงินที่กำหนดไว้ในแต่ละชั้นแค่นั้นครับ

3. ตัดสินใจเลือกฝั่งเดิมพัน
ในข้อสุดท้ายนี้ เป็นเรื่องของการเข้าเกมเดิมพันว่าจะเข้าเกมเมื่อใด แน่นอนว่า ไม่มีข้อกำหนดตายตัว ถึงแม้จะมองเรื่องความน่าจะเป็นมาเกี่ยวข้อง แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ ฉะนั้นเราจึงขอยกตัวอย่างคร่าวๆ ในการเข้าแทงดังนี้

3.1 “แทงสลับ”
ให้ดูผลเกมก่อนหน้า เมื่อเห็นว่าผลลัพธ์ไม่ค่อยมีมังกรยาวๆ แต่เป็นการสลับไปมา ณ ช่วงเวลานั้น ผู้เล่นมักใช้การแทงฝั่งตรงข้าม หลังจากตาแรกที่ออกผลแล้ว เช่น เราดูเกมตาแรก พบว่าไพ่ของเจ้ามือเป็นฝ่ายชนะ ตาถัดไปเราเชื่อว่า ผู้เล่นจะต้องเป็นฝ่ายชนะ เราจึงแทงเดิมพันฝั่งผู้เล่นในตาถัดไป
3.2 “เปลี่ยนฝั่งตาม”
เมื่อมีการสลับฝ่ายชนะเกิดขึ้น ซึ่งกรณีนี้เราเชื่อว่า เกมโดยรวม มีโอกาสจะเป็นมังกรยาวๆบ่อยมากกว่า เมื่อเราเดิมพันฝั่งผู้เล่น แต่ผลออกฝั่งเจ้ามือชนะ เราก็เลยเปลี่ยนสลับไปแทงฝั่งเจ้ามือตาม แต่ก็จะมีผลเสียมากถ้าเกมช่วงนั้นเป็นแบบปิงปองซึ่งออกสลับกันไปมา ซึ่งบางคนอาจใช้แผนในข้อถัดไปเพิ่มเติม
3.3 แทงฝั่งเดิมอย่างน้อยตามจำนวน
ในข้อนี้ ผู้เล่นอาจจะมองว่ามีทั้ง มังกร หรือ ปิงปอง เกิดขึ้น จึงใช้วิธีการเลี่ยงการแทงสับไปสับมา แล้วพลาด จึงใช้วิธีแบบกำหนดว่าจะแทงฝั่งเดิมจำนวนอย่างน้อยกี่ครั้ง เช่น 4-5 ครั้ง เพื่อเลี่ยงการแทงสลับข้างกับผลชนะไปมานั่นเอง ซึ่งหากมีการสลับผลในช่วงจำนวนครั้งสั้นๆ ยังไงก็จะแทงถูกแน่นอน หรือหากมีการออกผลตรงข้ามต่อเนื่องติดๆกัน ก็อาศัยประเมินว่าน่าจะติดต่อกันไม่เกินกี่ตา โดยตาถัดไปต้องกลับมาฝั่งเดิมแน่ๆ หรืออีกกรณีคือ เกมออกผลลัพธ์ตรงข้ามและเราแทงฝั่งเดิมเกินจำนวนที่ตัวเองกำหนดไว้แล้ว เราเลยค่อยเปลี่ยนไปแทงตามก็มีโอกาสถูกได้หากเป็นมังกรที่ยาวมาก ยกเว้นหากมีมังกรต่อกันยาวสลับในช่วงที่เราสลับฝั่งมาแทงฝั่งนั้นๆพอดี ก็อาจมีโอกาสเสียต่อเนื่องได้ แต่ก็ไม่ค่อยมีโอกาสที่จะเกิดมังกรสลับสีเกิดขึ้นเท่าไหร่นัก
3.4 แทงฝั่งเดิมตลอด
วิธีนี้จะเหมาะกับคนที่ไม่ต้องการคิดเยอะ แต่ใช้วิธีทบยอดเงินเอาอย่างเดียว และกำหนดว่า ยังไงต้องออกผลต่อเนื่องไม่เกินจำนวนตาที่กำหนดแน่นอน ก็จะใช้วิธีแทงสีเดิมตลอด โดยบางคนจะเลือกฝั่งผู้เล่นเป็นหลัก เพราะไม่ต้องเสียค่าต๋งให้เจ้ามือ หรือบางคนอาจดูเกมที่ผ่านๆมาว่า มังกรมักเกิดขึ้นฝั่งไหนบ่อยกว่ากัน ก็เลือกแทงฝั่งนั้นเป็นหลัก